สร้างบ้านใช้ผนัง ”อิฐมอญ” หรือ “อิฐมวลเบา” ดี..?

“อิฐมวลเบา” ผลิตจาก ปูนซีเมนต์ ปูนขาว ทราย และผงอะลูมิเนียม เมื่อผสมกับน้ำจะทำให้เกิดฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไปในเนื้อวัสดุ จึงมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ทนความร้อนได้นานกว่าอิฐมอญประมาณ4-6เท่า และยังช่วยลดการสะท้อนของเสียง สามารถตัดด้วยเลื่อยได้ น้ำหนักเบาทำให้สามารถลดน้ำหนักของผนังอาคาร จึงช่วยประหยัดค่าโครงสร้างโดยรวม นอกจากนี้อิฐมวลเบายังสามารถนำมาก่อสร้างได้กับงานก่อผนังทั่วไป และผนังรับน้ำหนัก แต่ข้อเสียของคอนกรีตมวลเบา ก็คือ มีราคาค่อนข้างสูง การก่อและฉาบต้องใช้วัสดุที่ผลิตขึ้นสำหรับงานคอนกรีตมวลเบาโดยเฉพาะ

ส่วน “อิฐมอญ” นั้นผลิตจากการนำดินเหนียวขึ้นรูปผ่านกระบวนการเผา จนได้วัสดุคงรูปที่มีความแข็งแรง คุณสมบัติเฉพาะตัวของอิฐมอญคือ ยอมให้ความร้อนถ่ายเทเข้า-ออกได้ง่าย เนื่องจากมีมวลมาก จึงเก็บความร้อนไว้ในเนื้อวัสดุได้นาน สังเกตได้จากเวลาเราแตะผนังภายในบ้านตอนที่แดดร้อนจัด ผนังจะร้อนมากและจะยังคงร้อนไปจนถึงช่วงค่ำจึงค่อยๆเย็นตัวลง ดังนั้นหากบ้านใครที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และบ้านก่อผนังด้วยอิฐมอญ บิลค่าไฟฟ้าช่วงสิ้นเดือนก็จะแพงกว่าบ้านที่ก่อผนังด้วยอิฐมวลเบา

นอกจากนี้อิฐมอญยังมีน้ำหนักมาก จึงไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นผนังรับน้ำหนักซึ่งต้องแบกรับน้ำหนักของคานหรือพื้น และเนื่องจากมีขนาดเล็กจึงทำให้การก่อสร้างทำได้ช้า อย่างไรก็ดีอิฐมอญนั้นเหมาะสำหรับงานก่อผนังในบริเวณที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก หรือการเจาะช่องประตู หน้าต่าง หรือช่องแคบๆเพราะสามารถก่อปิดเนื้อที่ได้โดยไม่ต้องตัดอิฐให้เหลือเศษมากนัก

ก่อนจะสร้างบ้านลองเปรียบเทียบคุณสมบัติด้านต่างๆของอิฐมอญและอิฐมวลเบาได้ดังตารางข้างล่าง:-

คุณสมบัติ
อิฐมอญ
อิฐมวลเบา
จำนวนการใช้ (ก้อน/ตร.ม.) 130-145 8.33
ความเร็วในการก่อ (ตร.ม./คน/วัน) 5-10 15-20
ความหนาของปูนก่อระหว่างก้อน (ซม.) 1.50 0.23
ความหนาของปูนฉาบ (มม.) 20-25 10
ปอร์เซ็นต์สูญเสีย/แตกร้าว 10–30 % 0–3 %
น้ำหนักรวมปูนฉาบ 2 ด้าน (กก./ตร.ม.) 180 90
การถ่ายเทความร้อน (วัตต์/ตร.ม.) 58-70 32-42
กำลังรับแรงอัด (กก./ตร.ซม.) 15-40 30-80
น้ำหนัก (กก./ตร.ม.) 130 45
การนำความร้อน (วัตต์/ม.เคลวิน ) 1.15 0.13
การทนไฟที่ 1,000°C (ชม.) 1-2 4
การป้องกันเสียง (เดซิเบล) 38 43