สร้างบ้านควรตอกเสาเข็มลึกเท่าไหร่..?

เสาเข็มเป็นส่วนประกอบของบ้านที่อยู่ล่างสุดของโครงสร้างบ้าน ซึ่งจะฝังอยู่ในดินเพื่อทำหน้าที่รองรับน้ำหนักบ้านทั้งหลัง ดังนั้นเสาเข็มจึงเป็นส่วนประกอบของบ้านที่สำคัญมาก จะเป็นตัวกำหนดชะตาว่าบ้านจะแข็งแรงทนทานอยู่ยืนยง หรือจะเป็นสาละวันเตี้ยลงๆไปเรื่อยๆตามกาลเวลาในอนาคต

เสาเข็มรับน้ำหนักของบ้านได้อย่างไร..?

โดยปกติแล้วหากบ้านตั้งอยู่บนดินเฉยๆน้ำหนักของบ้านจะกดผิวดินให้ทรุดลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้ามีเสาเข็มก็จะช่วยทำให้เกิดแรงต้านน้ำหนักของบ้านเพื่อชลอการทรุดตัว โดยแรงต้านนี้เกิดจากชั้นดิน 2 ส่วน คือ:-
1. แรงเสียดทานของดินชั้นบน ลองนึกถึงเวลาเราเอาไม้ปักลงในดิน หากปักลึกลงไปได้ระดับหนึ่งก็จะเริ่มฝืดและกดลงยากขึ้น นั่นก็เพราะถูกต้านด้วยแรงเสียดทานของดิน เสาเข็มเองก็เช่นกันต้องพึ่งแรงเสียดทานของดินชั้นบนเป็นตัวพยุงรับน้ำหนักบ้านไม่ให้ทรุดหรือเอียงเช่นเดียวกัน
2. แรงดันจากชั้นดินแข็ง กรณีเสาเข็มยาวและตอกลึกไปจนถึงชั้นดินแข็ง ก็เท่ากับว่าเสาเข็มวางอยู่บนชั้นดินแข็งซึ่งเป็นตัวรับน้ำหนักของบ้านโดยตรง โอกาสที่บ้านจะทรุดตัวจึงมีน้อยและช้ามาก

ดังนั้นเมื่อจะสร้างบ้านก็ควรลงเสาเข็มของบ้านให้ยาวลึกถึงชั้นดินแข็ง ซึ่งจะทำให้มีแรงต้านทั้ง 2 ส่วนช่วยพยุงให้บ้านมีความมั่นคงแข็งแรง แต่สำหรับบ้านใครที่มีเสาเข็มยาวไม่ถึงชั้นดินแข็ง ก็แปลว่าน้ำหนักของบ้านทั้งหลังมีเพียงแรงเสียดทานของดินชั้นบนรองรับเท่านั้น ย่อมต้องทำใจว่าการทรุดตัวจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าบ้านที่ตอกเสาเข็มจนถึงชั้นดินแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสร้างบ้านบนที่ดินที่เพิ่งถมมาไม่เกิน 1-2 ปี หรือที่ดินซึ่งเคยเป็นบ่อน้ำหรือบึงมาก่อน แรงเสียดทานก็จะยิ่งน้อย และอัตราการทรุดตัวก็จะยิ่งเร็วตามไปด้วย

ส่วนคำถามที่ว่า “จะสร้างบ้านควรตอกเสาเข็มลึกเท่าไร..?” นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าในพื้นที่ซึ่งเราจะก่อสร้างบ้านนั้นชั้นดินแข็งอยู่ลึกเท่าไร ถ้าหากโชคดีชั้นดินแข็งอยู่ตื้นก็ไม่ต้องลงเสาเข็มลึกมาก หรือถ้าโชคดีกว่านั้นอีก คือ ดินชั้นบนแข็งมากอยู่แล้วจนตอกหรือเจาะเสาเข็มไม่ลง เช่น พื้นที่บางส่วนในภาคเหนือหรือบนภูเขาบางแห่ง ก็อาจใช้แค่ฐานรากแบบฐานแผ่เลยก็ได้